ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลมีดีอย่างไร ทำไมถึงต้องทำ

ในปัจจุบันที่อุบัติเหตุสามารถเกิดขึ้นกับเราได้ในทุกเวลา ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหน เมื่อไหร่กับใครและกำลังทำอะไร อุบัติเหตุก็เกิดขึ้นได้เสมอ ดังนั้นมันคงเป็นเรื่องที่ดีไม่น้อยหากเราจะมีอะไรสักอย่างมาคอยคุ้มครองเราเมื่อยามที่เราเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งสิ่งนั้นก็คือ การทำประกันอุบัติเหตุ

ประกันอุบัติเหตุคืออะไร


ประกันอุบัติเหตุ คือ การที่เราจะได้รับความคุ้มครอง ในฐานะผู้เอาประกัน เมื่อมีเหตุการณ์ไม่คาดฝัน อันเกิดจากอุบัติเหตุ จนทำให้เกิดความเสียหายและบาดเจ็บ และเป็นตัวช่วยให้เรามั่นใจว่า เมื่อใดที่เราเกิดอุบัติเหตุเราจะได้รับความคุ้มครอง ช่วยแบ่งเบาภาระต่างๆไม่ว่าจะเป็นค่ารักษาพยาบาล

ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล คืออะไร? มีความจำเป็นยังไง?


ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล คือการทำประกันประเภทหนึ่งที่อยู่ในส่วนของการประกันภัย ซึ่งบริษัทจะจ่ายเงินชดเชยให้เราหากเราเกิดความสูญเสียทางร่างกาย (บาดเจ็บ สูญเสียอวัยวะ พิการ เสียชีวิต) ในกรณีที่เกิดจากอุบัติเหตุเท่านั้น (ถ้าเกิดจากการป่วยเป็นโรค ไม่จ่าย) สาเหตุที่เราควรจะต้องทำ ประกันอุบัติเหตุ ก็เพื่อคุ้มครองความเสี่ยงที่จะสูญเสียความมั่งคั่ง (เงินในกระเป๋า) ไปกับค่ารักษาพยาบาล หากเราประสบอุบัติเหตุ ซึ่งเราไม่สามารถรู้ล่วงหน้าได้ว่า จะมีโอกาสเกิดขึ้นเมื่อไหร่? และถ้าเกิดขึ้นแล้วจะมีค่ารักษาเท่าไหร่? หากเป็นอุบัติเหตุร้ายแรง อาจทำให้เราต้องเสียค่ารักษาผ่าตัดเป็นจำนวนมากจนกระทบต่อความมั่งคั่งของเราได้ ร้ายแรงกว่านั้นหากเราสูญเสียอวัยวะ เป็นคนพิการหรือทุพพลภาพ นอกจากต้องเสียค่ารักษาแล้ว อาจจะทำให้เราไม่สามารถทำงานต่อไปได้ ทำให้สูญเสียรายได้ที่จะสามารถหาได้ในอนาคต หรือหากเราเสียชีวิต ก็อาจจะทำให้คนที่เราเลี้ยงดูอยู่มีความเดือดร้อนทางการเงินจากการจากไปของเราได้ ดังนั้น เราจึงโอนความเสี่ยงเหล่านี้ไปให้บริษัทประกันแบกรับแทน ด้วยการทำประกัน แลกกับการจ่ายเบี้ยจำนวนหนึ่งเป็นค่าทำประกัน ซึ่งเป็นการตีกรอบความเสียหาย ให้อยู่ในขอบเขตที่เราสามารถจัดการได้ โดยไม่กระทบกระเทือนต่อเงินในกระเป๋าของเรานั่นเอง

PA ครอบคลุมค่าชดเชยในกรณีใดบ้าง?


PA จะจ่ายเงินชดเชยให้กับการเจ็บป่วยจากอุบัติเหตุทั้ง 7 ประเภท ดังนี้
  • เสียชีวิต สูญเสียอวัยวะและสายตา (ADD)
  • ทุพพลภาพโดยสิ้นเชิง (PD)
  • ค่ารักษาพยาบาล (ME)
  • เงินชดเชยกรณีกระดูกแตกหัก (BB)
  • ค่าเลี้ยงดูสำหรับบุคคลในครอบครัวเป็นรายเดือน (FCG)
  • ค่าชดเชยรายได้ระหว่างการเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล (HU)
  • ค่าเลี้ยงดูรายเดือนสำหรับการดำรงชีพ (MLB)
ซึ่งจะครอบคลุมกรณีการเกิดอุบัติเหตุจากเหตุพิเศษ (นอกจากอุบัติเหตุทั่วไป) ดังนี้
  • กรณีถูกฆาตกรรมหรือลอบทำร้าย (MA)
  • กรณีเสียชีวิตจากการขับขี่หรือโดยสารรถจักรยานยนต์ (MC)
  • กรณีอุบัติเหตุขณะเดินทางโดยรถยนต์นั่งส่วนบุคคล (PP)
  • กรณีอุบัติเหตุในวันหยุดนักขัตฤกษ์ (PH)
  • กรณีอุบัติเหตุอันเกิดจากภัยธรรมชาติ (ND)
ซึ่งก็แล้วแต่ PA แต่ละแพคเกจ หรือแต่ละบริษัท ว่าจะครอบคลุมกรณีไหนบ้าง (อาจจะไม่ครบทุกข้อ) ส่วนจะจ่ายเท่าไหร่ ก็ต้องไปดูวงเงินของแต่ละแพคเกจเอา

ถ้ามีประกันสุขภาพอยู่แล้ว จำเป็นต้องทำ ประกันอุบัติเหตุ ด้วยไหม?


ก่อนอื่น ต้องเข้าใจก่อนว่าประกันสุขภาพที่เป็นอนุสัญญาทั้งหลาย จะมีการจ่ายเงินชดเชยให้ก็ต่อเมื่อเราต้องเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาลเท่านั้น (ยกเว้นอนุสัญญาที่เป็น OPD ที่จ่ายเงินชดเชยค่ารักษากรณีเป็นผู้ป่วยนอก ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล) ดังนั้น หากเราเจ็บป่วยเล็กน้อย เช่น จากการเกิดอุบัติเหตุ หกล้ม หัวแตก มีดบาด ฯลฯ ที่ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล ก็ไม่สามารถใช้ประกันสุขภาพที่มีอยู่ได้ แต่หากมี ประกันอุบัติเหตุ ที่จ่ายชดเชยค่ารักษาพยาบาลไว้ด้วยก็สามารถใช้ PA เบิกชดเชยค่ารักษาได้ ถามว่าถึงขั้นจำเป็นไหม ก็อาจจะไม่ถึงขั้นนั้น เพราะการรักษาที่ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล มักจะมีค่ารักษาที่ไม่สูงมาก เราอาจรับภาระค่าใช้จ่ายตรงนี้เองได้ ยกเว้น การรักษาบางอย่าง หรือไปรักษาในโรงพยาบาลชั้นนำ ที่มีค่ารักษาแพง ถ้ามี PA ไว้ก็อาจจะช่วยได้มากกว่าไม่มี

แต่ทั้งนี้การทำประกันอุบัติเหตุนั้นก็เป็นเพียงสิ่งที่จะช่วยให้เราอุ่นใจได้บ้าง เพราะเราไม่รู้ว่าอุบัติเหตุนั้นมันจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่นั้นเอง และสำหรับใครที่สนใจจะทำประกันอุบัติเหตุนั้นก็สามารถดูรายละเอียดผ่านทางบริษัทประกันทุกแห่งที่ท่านมีความสนใจ และก่อนที่จะตัดสินใจทำอย่าลืมศึกษารายละเอียดให้ครบถ้วนกันก่อนด้วย
ทำประกันสุขภาพที่ไหนดี CHUBB มีคำตอบ

หลายคนคงจะเริ่มเข้าใจถึงความไม่แน่นอนของชีวิต และการวางแผนเพื่อปกป้องคุ้มครองความไม่แน่นอนเหล่านั้น แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การทำ ประกันสุขภาพ เพราะมันคือการคุ้มครองความเสี่ยงที่จะสูญเสียเงินจำนวนมากไปกับค่ารักษาพยาบาล ให้กับตัวเราเองเต็มๆ แต่คำถามต่อมาก็ คือ แล้วเราควรจะทำประกันสุขภาพที่ไหนดี ถึงจะเหมาะสมกับตัวเรา? หรือ มีสวัสดิการที่เป็นค่ารักษาพยาบาลของที่ทำงานอยู่แล้ว จะยังต้องซื้อประกันสุขภาพเองอีกรึเปล่า? เป็นต้น ดังนั้น วันนี้เราจะมาบอกให้ฟังว่า การทำประกันสุขภาพจริงๆ แล้วนั้น มีหลักคิดยังไง

หลักในการทำประกันสุขภาพ

1. สำรวจค่ารักษาพยาบาลของโรงพยาบาลที่เราต้องการใช้บริการ


โรงพยาบาลที่เราเลือกเบื้องต้น ควรจะเป็นโรงพยาบาลเอกชนที่อยู่ใกล้บ้าน หรือใกล้ที่ทำงาน เพราะเมื่อเจ็บป่วย หรือเกิดเหตุฉุกเฉินจะได้ไปรักษาตัวได้รวดเร็ว (ถ้าเป็นโรงพยาบาลรัฐอาจจะต้องรอคิว) โดยค่าใช้จ่ายที่เป็นค่ารักษาหลักๆที่เราควรจะสำรวจก็คือ ค่าห้อง / ค่าผ่าตัดใหญ่ / ค่ารักษาโรคร้ายแรง (เช่น มะเร็ง, หลอดเลือดหัวใจตีบ, เส้นเลือดในสมองแตก) อย่างไรก็ตาม ระดับค่ารักษาพยาบาลของโรงพยาบาลที่เราเลือก ก็ควรสอดคล้องกับฐานะความเป็นอยู่ของเราด้วยนะครับ เพื่อที่เราจะได้จ่ายค่าเบี้ยได้เหมาะสม และวงเงินค่ารักษาจะได้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมด เราจะได้ไม่ต้องออกค่าใช้จ่ายเพิ่มอีก (ถ้าเป็นไปได้)

2. สำรวจอาชีพการงานของเรา และสวัสดิการรักษาพยาบาลที่เรามีอยู่


อาชีพที่เราทำ มีผลต่อความจำเป็นในการทำประกันสุขภาพ และสวัสดิการค่ารักษาที่มีอยู่ เช่น คนที่ทำงานอิสระ มีอาชีพค้าขาย หรือคนที่เป็นเจ้าของธุรกิจ ควรจะต้องทำประกันสุขภาพส่วนตัว เพราะคงไม่มีสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลใดๆ เนื่องจากเป็นนายตัวเอง (ยกเว้น สวัสดิการรักษาพยาบาลจากทางรัฐบาล ซึ่งตามปกติก็ครอบคลุมแค่โรงพยาบาลของรัฐ ซึ่งอาจจะไม่เพียงพอความต้องการกรณีฉุกเฉิน) ส่วนคนที่เป็นพนักงานออฟฟิศ ก็อาจจะมีสวัสดิการที่เป็นประกันกลุ่มอยู่ หรือคนที่เป็นข้าราชการ ก็จะมีสวัสดิการเบิกค่ารักษาพยาบาลโรงพยาบาลของรัฐได้

3. สำรวจว่าสวัสดิการ หรือประกันสุขภาพที่เรามี ขาด/เกิน ไปจากค่ารักษาพยาบาลของโรงพยาบาลนั้นอยู่เท่าไหร่ ให้ทำเพิ่มจนเต็มส่วนที่ขาด


สำหรับคนที่ไม่มีสวัสดิการ และไม่มีประกันสุขภาพใดๆเลย ก็ให้ทำประกันสุขภาพเต็มวงเงินค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดเลย (เช่น โรงพยาบาลที่จะใช้บริหารมีค่าห้องเดี่ยวแบบปกติอยู่ที่ 3,000 บาทต่อคืน ค่ารักษาโรคมะเร็ง 500,000 บาท ก็ให้ทำแผนประกันสุขภาพแบบคุ้มครองค่ารักษา แบบที่ให้ค่าห้อง 3,000 บาท ทำประกันโรคมะเร็ง วงเงินคุ้มครอง 500,000 บาท เต็มๆไปเลย) ส่วนคนที่มีสวัสดิการอยู่แล้ว เช่น ประกันกลุ่ม หรือมีประกันสุขภาพอยู่แล้ว ก็ให้ดูส่วนที่ขาด แล้วให้ทำเพิ่มจนเต็ม เช่น ถ้าต้องการใช้โรงพยาบาลค่าห้อง 3,000 บาทเหมือนกัน แต่มีประกันกลุ่ม / ประกันสุขภาพที่มีอยู่แล้ว ที่เบิกค่าห้องได้ 2,000 บาทต่อคืน ก็ให้ทำประกันสุขภาพแบบคุ้มครองค่ารักษา แบบที่ให้ค่าห้อง 1,000 บาท เพิ่มเติม เป็นต้น ส่วนคนที่เป็นข้าราชการ ก็อาจเลือกแบบประกันสุขภาพคุ้มครองค่ารักษาแผนที่จ่ายค่าเบี้ยไม่สูงนัก เผื่อสำรองกรณีฉุกเฉินที่จำเป็นต้องรักษาในโรงพยาบาลรัฐ เพิ่มเติมจากสวัสดิการโรงพยาบาลรัฐที่มีอยู่ก็ได้ครับ

4. ทำประกันสุขภาพให้ครอบคลุมทั้ง ค่ารักษาพยาบาล กรณีอุบัติเหตุ และกรณีโรคร้ายแรง โดยให้ค่าเบี้ยประกันไม่เกิน 10% ของรายได้รวมทั้งปี


ทำประกันสุขภาพทั้งที ก็ควรจะให้ครอบคลุมทั้งแบบที่เป็นค่ารักษา แบบกรณีอุบัติเหตุ และแบบโรคร้ายแรง เพื่อชดเชยในกรณีที่เราอาจจะต้องเป็นคนทุพพลภาพ (จากอุบัติเหตุหรือจากโรคร้ายแรง) หรือชดเชยกรณีขาดรายได้ช่วงพักรักษาตัวด้วย แต่สิ่งสำคัญก็คือ ค่าเบี้ยประกันทั้งหมด ไม่ควรจะเกิน 10% ของรายได้รวมทั้งปีของเรา เพื่อให้เรามีกำลังจ่ายเบี้ยประกันไหวไปนานๆ (เพราะยิ่งอายุมาก ค่าเบี้ยประกันสุขภาพก็ยิ่งแพงขึ้นด้วย ต้องวางแผนจ่ายเบี้ยให้ดี โดยดูค่าเบี้ยในปีต่อๆไปล่วงหน้าไว้ด้วย) ซึ่งถ้ากรณีที่เราต้องทำประกันสุขภาพครบทุกประเภท และทำจนเต็มวงเงินค่ารักษาของโรงพยาบาลที่เราเลือก ทำให้เราต้องจ่ายค่าเบี้ยเกิน 10% ของรายได้ทั้งปี เราก็อาจจะต้องปรับ โดยอาจจะเลือกลดวงเงินคุ้มครองลงมาเพื่อให้ค่าเบี้ยถูกลง หรือเลือกเฉพาะตัวที่สำคัญที่สุดก่อน คือแบบคุ้มครองค่ารักษาพยาบาล (ซึ่งถ้าเป็นแบบแยกค่าใช้จ่าย เบี้ยก็จะถูกกว่าแบบเหมาจ่ายค่ารักษา) ถ้างบเหลือ ก็ค่อยเพิ่มตัวที่เป็นแบบโรคร้ายแรงเข้าไปครับ

5. ทำประกันสุขภาพควบคู่กับประกันชีวิตตัวหลักที่เป็นแบบสัญญาคุ้มครองตลอดชีพ


ประกันสุขภาพ ควรจะต้องทำกับประกันชีวิตที่เป็นแบบตลอดชีพ (ถึงอายุ 90 หรือ 99) ไม่ควรจะทำควบคู่กับแบบสะสมทรัพย์ที่เน้นการออม เพราะจุดประสงค์ของการทำประกันสุขภาพ ก็เพราะเราต้องการการคุ้มครองสุขภาพในระยะยาว เราจึงต้องการแผนประกันชีวิตที่มีระยะเวลาสัญญาคุ้มครองที่ยาว เพื่อเป็นสัญญาหลักให้ประกันสุขภาพพ่วงคู่ไปด้วยได้นานๆ ถ้าเกิดเราไปทำกับประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ ซึ่งอาจมีระยะเวลาคุ้มครองสั้น – ปานกลาง เมื่อครบสัญญา หากเรายังต้องการมีประกันสุขภาพต่อ เราก็ต้องมาทำประกันชีวิตเล่มใหม่อีก ซึ่งก็จะต้องเสียค่าเบี้ยประกันชีวิตตัวหลักแพงขึ้นกว่าเดิม (เพราะเราอายุมากขึ้น) แถมจ่ายเบี้ยนานกว่าเดิม (เพราะต้องเริ่มจ่ายเบี้ยใหม่ตั้งแต่ต้น) อีกต่างหาก

6. เปรียบเทียบแบบประกันสุขภาพของแต่ละบริษัท


สุดท้าย ก่อนเราจะตัดสินใจซื้อประกันสุขภาพ ก็ควรจะต้องมาเปรียบเทียบ ผลประโยชน์กับค่าเบี้ยที่จะต้องจ่าย ของแต่ละบริษัทประกัน (เท่าที่จะหาข้อมูลได้) กันก่อน ว่า ในประกันสุขภาพประเภทเดียวกัน แผนแบบเดียวกัน วงเงินคุ้มครองที่เท่ากัน ของที่ไหนที่เบี้ยประกันถูกกว่า หรือมีเงื่อนไขการคุ้มครองพิเศษอื่นๆที่มีประโยชน์มากกว่า เพื่อหาแบบประกันสุขภาพที่คุ้มค่าที่สุดกับเราครับ (บางที่อาจจะเบี้ยแพงกว่านิดหน่อย แต่เงื่อนไขครอบคลุมกว่า ก็อาจจะน่าสนใจกว่าก็ได้)

ซึ่ง 6 แนวทาง ที่ผมให้ไป เป็นแนวทางการเลือกทำประกันสุขภาพ แบบที่เราต้องเลือกเองในแต่ละประเภท แต่หากใครที่มองว่า ถ้าให้ไปเลือกซื้อแยกแบบแต่ละประเภทเอง ก็คงจะไม่สะดวกเท่าไหร่ ไหนจะต้องมาเลือกแบบประกันชีวิตตัวหลักอีก
ประกันรถยนต์แต่ละประเภท

สำหรับผู้ใช้รถที่เริ่มต้นซื้อประกันรถยนต์ด้วยตัวเอง อาจจะมีคำถามเกิดขึ้นว่า ประกันแต่ละประเภทที่ขายๆ กันอยู่เนี้ย มันแตกต่างกันยังไง แล้วไอ้ประกันรถยนต์มันมีกี่ประเภท ถ้าจะใช้รถแค่เช้าขับไปทำงาน เย็นขับจากออฟฟิศแล้วกลับบ้าน ต้องใช้ประกันประเภทไหน ผมอยากให้ลองอ่านข้อมูลพวกนี้ดูนะครับ คือผมไปหาข้อมูลเกี่ยวกับแต่ละประเภทของประกันรถยนต์มาให้แล้ว จะได้ใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อประกันรถยนต์ที่เหมาะกับตัวเองได้ สไตล์การใช้รถแบบเราเหมาะกับการใช้งานแบบไหนไปดูกันเลย

ประกันรถยนต์ ชั้น 1

ดูแลทุกความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อตัวรถยนต์ เนื่องจากอุบัติเหตุ ที่มีการ เฉี่ยว ชน หรือ พลิกคว่ำ ไม่ว่าเราจะเป็นฝ่ายถูกหรือฝ่ายผิด จะมีคู่กรณีหรือไม่มีคู่กรณีก็ได้(ชนอะไรก็ดูแล) ดูแลในกรณีที่ รถยนต์หรืออุปรณ์ตกแต่งที่มากับรถยนต์ สูญหาย หรือ รถยนต์ไฟไหม้

ประกันรถยนต์ ชั้น 2

คุ้มครองคู่กรณี ทรัพย์สินบุคคลอื่น และ สูญหายไฟไหม้ (ไม่นิยมในท้องตลาด เนื่องจากมี ประกันรถยนต์ชั้น 2+ และ 3+ เป็นทางเลือกที่ดีกว่า)

ประกันรถยนต์ ชั้น 2+

คุ้มครองเฉพาะรถชนกับรถ และ รถยนต์สูญหายไฟไหม้ / เคลมสดรถชนรถ : ดูแลความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อตัวรถยนต์ เนื่องจากอุบัติเหตุที่มีการเฉี่ยว ชน หรือ พลิกคว่ำ กับยานพาหนะทางบกเท่านั้น ( รถที่จดทะเบียนกับกรมขนส่งทางบก เช่น รถยนต์ รถมอเตอร์ไซด์ )ดูแลในกรณีที่ รถยนต์หรืออุปรณ์ตกแต่งที่มากับรถยนต์ สูญหาย หรือ รถยนต์ไฟไหม้และ ชีวิตร่างกายอนามัยของบุคคลภายนอกและภายในรถ

ประกันรถยนต์ ชั้น 3

คุ้มครองเฉพาะทรัพย์สินคู่กรณี และ ชีวิตร่างกายอนามัยของบุคคลภายนอกและภายในรถ

ประกันรถยนต์ ชั้น 3+

คุ้มครองเฉพาะรถชนกับรถ และ รถยนต์สูญหายไฟไหม้ / เคลมสดรถชนรถ : ดูแลความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อตัวรถยนต์ เนื่องจากอุบัติเหตุที่มีการเฉี่ยว ชน หรือ พลิกคว่ำ กับยานพาหนะทางบกเท่านั้น ( รถที่จดทะเบียนกับกรมขนส่งทางบก เช่น รถยนต์ รถมอเตอร์ไซด์ ) และ ชีวิตร่างกายอนามัยของบุคคลภายนอกและภายในรถ

สินเชื่อบ้านที่ไหนดี

หากคุณยังไม่รู้ว่าสินเชื่อบ้านที่ไหนดี พบคำตอบที่ตรงใจ ด้วย สินเชื่อบ้านกรุงไทยบ้านแสนสะดวก ที่จะสานฝันเรื่องบ้านให้เป็นจริง สินเชื่อบ้านกรุงไทยบ้านแสนสะดวก เป็นเงินกู้แบบมีกำหนด (Term Loan) ที่ธนาคารเตรียมให้คุณเพื่อจัดหาที่อยู่อาศัย โดยจำนองที่อยู่อาศัยนั้นเป็นหลักประกัน ให้อิสระในการขอสินเชื่อบ้านเพื่อวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน เช่น ซื้อที่ดินพร้อมบ้าน ทาวน์เฮาส์ อาคารชุด อาคารพาณิชย์ ซื้อที่ดินพร้อมปลูกสร้างบ้าน ซื้อที่ดินสำหรับจะสร้างที่อยู่อาศัยในอนาคต หรือสร้าง ปรับปรุง ต่อเติม ซ่อมแซม ที่อยู่อาศัย ระยะเวลากู้สูงสุดไม่เกิน 30 ปี ยกเว้นกรณีซื้อที่ดินสร้างที่อยู่อาศัยในอนาคตให้กู้สูงสุดไม่เกิน 15 ปี

คุณสมบัติของผู้กู้และผู้กู้ร่วมสินเชื่อบ้าน
  • เป็นผู้บรรลุนิติภาวะ มีรายได้ประจำที่แน่นอน มีฐานะการเงินมั่นคงเพียงพอที่จะชำระหนี้เงินกู้ได้
  • อายุของผู้กู้ หรือ ผู้กู้ร่วม เมื่อรวมกับระยะเวลาในการผ่อนชำระหนี้ ต้องไม่เกิน 65 ปี หรือไม่เกินเกษียณอายุตามที่กฎหมายกำหนดเฉพาะหน่วยงาน เช่น ข้าราชการอัยการ ผู้พิพากษา กรณีกู้ร่วมให้ถืออายุของผู้หนึ่งผู้ใดที่ต่ำกว่าเป็นเกณฑ์
  • ต้องไม่มีประวัติเสียหายด้านการเงิน หรือมีหนี้สินล้นพ้นตัว


ค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องสินเชื่อบ้าน
  • ค่าประเมินราคาหลักทรัพย์ 2,500 บาท
  • ค่า Prepayment fee กรณี Refinance ในช่วง 3 ปีแรก 3% ของต้นเงินกู้ที่จะชำระหนี้เสร็จสิ้น
  • ค่าตรวจงวดงานครั้งละ 400 บาท


  • เอกสารและหลักฐานประกอบการกู้สินเชื่อบ้าน
  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือ บัตรข้าราชการ และสำเนาทะเบียนบ้านของผู้กู้ ผู้กู้ร่วม และคู่สมรส
  • สำเนาทะเบียนสมรสของผู้กู้และผู้กู้ร่วม
  • สำเนารายการบัญชีเงินฝาก (Statement) และหลักฐานแสดงรายได้ของผู้กู้ ผู้กู้ร่วม และคู่สมรส
  • สำเนาโฉนดที่ดินหรือเอกสารสิทธิ์ (กรณีซื้อห้องชุดในอาคารชุด) ที่เสนอเป็นหลักประกัน
  • สำเนาสัญญาจะซื้อจะขายหลักทรัพย์ที่เสนอเป็นหลักประกัน
  • สำเนาสัญญาจ้างเหมาก่อสร้างและแบบแปลนอาคารที่จะปลูกสร้าง (พิมพ์เขียว) ใบอนุญาตปลูกสร้างอาคาร
  • รูปถ่ายที่อยู่อาศัยที่จะซื้อ

รีไฟแนนซ์

รีไฟแนนซ์ ด้วย สินเชื่อ KTB Refinance Home Loan ปรับสมดุลการชำระเงินกู้ให้เหมาะกับตัวเองมากขึ้น ด้วยบริการรีไฟแนนซ์ที่อยู่อาศัยจากธนาคารกรุงไทย
  • เป็นเงินกู้รีไฟแนนซ์เพื่อไถ่ถอนจำนองที่อยู่อาศัยจากสถาบันการเงิน หรือไถ่ถอนจำนองที่ดิน และกู้เพื่อปลูกสร้างบ้านในคราวเดียวกัน
  • ผู้ขอรีไฟแนนซ์สามารถขอสินเชื่อส่วนเพิ่มในคราวเดียวกัน เพื่อใช้ในการอุปโภค หรือเป็นค่าใช้จ่ายอเนกประสงค์ได้ด้วย ซึ่งสินเชื่อส่วนเพิ่มมีทั้งแบบ Term Loan  และ Revolving Loan
  • ใช้ที่อยู่อาศัยที่รีไฟแนนซ์มา และ/หรือสิ่งปลูกสร้างที่จะมีขึ้นในอนาคตเป็นหลักประกัน
  • ระยะเวลาให้กู้สูงสุดไม่เกิน 30 ปี


วัตถุประสงค์ในการรีไฟแนนซ์
  • รีไฟแนนซ์ เพื่อไถ่ถอนจำนองที่ดินพร้อมบ้าน ทาวน์เฮ้าส์ อาคารชุด อาคารพาณิชย์จากสถาบันการเงิน โดยหนี้เดิมต้องเป็นหนี้ที่เกิดจากวัตถุประสงค์เพื่อที่อยู่อาศัยเท่านั้น
  • รีไฟแนนซ์ เพื่อไถ่ถอนจำนองที่ดินจากสถาบันการเงิน และกู้เพื่อปลูกสร้างบ้านในคราวเดียวกันโดยหนี้เดิมต้องเป็นหนี้ที่เกิดจากวัตถประสงค์เพื่อจะสร้างที่อยู่อาศัยเท่านั้น
  • รีไฟแนนซ์ เพื่อปรับปรุง ต่อเติม หรือซ่อมแซมที่อยู่อาศัยในคราวเดียวกันกับวัตถุประสงค์ไถ่ถอนจำนองที่ดินพร้อมบ้านฯ


วัคุณสมบัติของผู้ต้องการรีไฟแนนซ์ วัตถุประสงค์ในการรีไฟแนนซ์
  • เป็นผู้บรรลุนิติภาวะ รายได้ประจำที่แน่นอน มีฐานะการเงินมั่นคงเพียงพอที่จะชำระหนี้เงินกู้ได้
  • อายุของผู้กู้ หรือ ผู้กู้ร่วม เมื่อรวมกับระยะเวลาในการผ่อนชำระหนี้ ต้องไม่เกิน 65 ปี หรือไม่เกินเกษียณอายุตามที่กฎหมายกำหนดเฉพาะหน่วยงาน เช่น ข้าราชการอัยการ ผู้พิพากษา กรณีกู้ร่วมให้ถืออายุของผู้หนึ่งผู้ใดที่ต่ำกว่าเป็นเกณฑ์
  • ต้องไม่มีประวัติผิดนัดชำระหนี้มาก่อน หากมี ให้ผู้กู้แสดงหลักฐานปรับปรุงหนี้ และได้ชำระหนี้เสร็จสิ้น ณ วันพิจารณาสินเชื่อไว้ในคำขอสินเชื่อด้วย


เอกสารและหลักฐานประกอบการกู้
  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือ บัตรข้าราชการ และสำเนาทะเบียนบ้านของผู้กู้ ผู้กู้ร่วม และคู่สมรส
  • สำเนาทะเบียนสมรส ของผู้กู้และผู้กู้ร่วม
  • สำเนารายการบัญชีเงินฝาก (Statement) และหลักฐานแสดงรายได้ของผู้กู้ ผู้กู้ร่วม และคู่สมรส
  • สำเนาโฉนดที่ดินหรือเอกสารสิทธิ์ (กรณีรีไฟแนนซ์ห้องชุดในอาคารชุด) ที่เสนอเป็นหลักประกัน
  • สำเนาสัญญาจ้างเหมาก่อสร้างและแบบแปลนอาคารที่จะปลูกสร้าง (พิมพ์เขียว) ใบอนุญาตปลูกสร้างอาคาร
  • รูปถ่ายที่อยู่อาศัยที่จะรีไฟแนนซ์
  • สำเนารายการบัญชีเงินกู้ สำเนาหนังสือสัญญากู้ และสำเนาหนังสือสัญญาจำนองหลักทรัพย์

เสื้อผ้าแฟชั่น

เสื้อผ้าแฟชั่นชั้นนำจาก WEGOTA ให้คุณสวย มั่นใจ ในทุกชุด WEGOTA คือ ห้างสรรพสินค้าออนไลน์สำหรับผู้หญิง ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย แหล่งรวมสินค้าสุดพิเศษและโปรโมชั่นที่ดีที่สุด ที่รวบรวมไว้บนเว็บไซต์ WEGOTA ที่เดียวโดย WEGOTA ยึดมั่นในอุดมการณ์การดำเนินกิจการ เพื่อให้ลูกค้าประทับใจในการบริการของเรา

WEGOTA พร้อมมอบความสุข และความเพลิดเพลินในการช้อปปิ้งออนไลน์ ให้แก่ลูกค้าทุกเพศทุกวัย กับสินค้าที่ครบครันและหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นสินค้าสำหรับสุภาพสตรี, สุภาพบุรุษ, แม่และเด็ก, วัยรุ่น, วัยทำงาน รวมทั้ง สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ และสินค้าเบ็ดเตล็ดอย่างของแต่งบ้าน และอื่นๆ เป็นต้น การดำเนินงานภายใต้สโลแกน "ช้อปคุ้ม สวยครบ จบเว็บเดียว"

ช้อปคุ้ม WEGOTA มอบความคุ้มค่าในเรื่องของราคา และสินค้าคุณภาพ โดยมอบโปรโมชั่นสุดพิเศษ, โค้ดส่วนลด พร้อมคะแนนสะสม (Point) ในแคมเปญสุดคุ้มต่างๆ โดยเรามุ่งเน้นให้ลูกค้าได้รับบริการกับการสั่งซื้อสินค้าอย่างคุ้มค่าที่สุด

สวยครบ WEGOTA มีสินค้าและบริการด้านความงามที่หลากหลาย ไว้อย่างครบครัน รวมทั้งเป็นเว็บไซต์ฯ ที่อัพเดทเทรนด์แฟชั่นความงามทันกระแสโลกอยู่สม่ำเสมอ เพื่อให้ลูกค้าได้สวยครบ ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ด้วยผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ชั้นนำทั่วโลก รวมทั้งสินค้าแฟชั่นที่ WEGOTA คัดสรรเพื่อลูกค้าคนสำคัญเช่นคุณ

จบเว็บเดียว WEGOTA คือ เว็บไซต์ฯ ที่รวบรวมสินค้าและบริการชั้นนำที่คุ้มค่า และหลากหลายที่สุดในเว็บไซต์ฯ เดียว เพื่อให้ลูกค้าที่ช้อปออนไลน์กับเรา เสมือนได้ช้อปปิ้งกับห้างสรรพสินค้าออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เราพร้อมมอบมาตรฐานการบริการระดับมืออาชีพให้แก่ลูกค้าทุกท่าน ตั้งแต่สินค้าและบริการระดับคุณภาพ, ราคาสินค้า, โปรโมชั่นสุดพิเศษ, โค้ดส่วนลด พร้อมคะแนนสะสม (Point) เพียงคุณช้อปออนไลน์กับเรา ผ่านหน้าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ลูกค้าก็จะได้รับบริการที่รวดเร็ว และดีที่สุดจากเรา

สินค้า และไลฟ์สไตล์ที่ครบครัน ของ WEGOTA มีดังนี้
  • เครื่องสำอาง, สุขภาพ, ความสวยงาม
  • โปรโมชั่น และส่วนลดสุดพิเศษ อาทิ ศูนย์บริการความงาม, สปา, ฟิตเนส, ร้านอาหารและที่พัก
  • แฟชั่นเครื่องแต่งกาย อาทิ เสื้อผ้าแฟชั่น, เสื้อผ้า, กระเป๋า, รองเท้า, เครื่องประดับ ฯลฯ
  • อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อาทิ โทรศัพท์มือถือ, แท็บเล็ต, อุปกรณ์ไอที, คอมพิวเตอร์, แก็ดเจ็ตและเครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นต้น
  • เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้าน, ไลฟ์สไตล์และการเดินทาง, ยานยนต์, กีฬา, แม่และเด็ก, หนังสือ, เกมส์และดนตรี เป็นต้น

ทันสถานการณ์บ้านเมือง นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

ทันสถานการณ์บ้านเมือง นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข




นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ เป็นรัฐมนตรีหนึ่งเดียวในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ที่ถูกข้าราชการประจำ "หักหน้า" ไม่เอาด้วยตั้งแต่เริ่มก้าวเข้าสู่กระทรวงหมอ ทว่าเขาไม่เคยตอบโต้ ไม่เคยเปิดปากบ่น ราวกับว่าไม่รู้สึกสะทกสะท้านอะไร

 "ผมเดินหน้าทำงานอย่างเดียว หมอชนบทบุกมาในห้องประชุม ผมก็นั่งฟังเขาพูด" นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ กล่าวไว้ในช่วงเวลาที่มีการชุมนุมเกิดขึ้น

ข้อควรรู้เกี่ยวกับประกันรถยนต์ในแต่ละประเภท

ปัจจุบันรถยนต์และประกันภัยรถยนต์เป็นสิ่งที่คู่กัน ผู้ขับขี่ส่วนใหญ่ก็ทำประกันรถยนต์ทุกคน และการทำประกันรถยนต์ชั้น 1 นั้น ไม่จำเป็นต้องเป็นคันใหม่ป้ายแดง คนที่ซื้อรถมือสองหรือมีรถยนต์ที่อายุไม่เกิน 10 ปี ยังสามารถทำประกันรถยนต์ชั้น 1 ได้ ทำให้มีบริษัทประกันภัยและโบรกเกอร์ประกันภัยต่างๆ มีข้อเสนอออกมามากมาย ทั้งราคาเบี้ยประกัน ทั้งความคุ้มครองที่แตกต่างกันไป ถ้าเราศึกษาข้อมูลเบี้ยประกันรถยนต์ดีๆ ก็จะมีเบี้ยประกันรถยนต์ที่ราคาถูกและความคุ้มครองดีมีอยู่จริง

สำหรับผู้ใช้รถที่เริ่มต้นซื้อประกันรถยนต์ด้วยตัวเอง อาจจะมีคำถามเกิดขึ้นว่า ประกันแต่ละประเภทที่ขายๆ กันอยู่เนี้ย มันแตกต่างกันยังไง แล้วไอ้ประกันรถยนต์มันมีกี่ประเภท ถ้าจะใช้รถแค่เช้าขับไปทำงาน เย็นขับจากออฟฟิศแล้วกลับบ้าน ต้องใช้ประกันประเภทไหน ผมอยากให้ลองอ่านข้อมูลพวกนี้ดูนะครับ คือผมไปหาข้อมูลเกี่ยวกับแต่ละประเภทของประกันรถยนต์มาให้แล้ว จะได้ใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์ที่เหมาะกับตัวเองได้ สไตล์การใช้รถแบบเราเหมาะกับการใช้งานแบบไหนไปดูกันเลย

ประกันรถยนต์แต่ละประเภท


ประกันรถยนต์ชั้น 1


ดูแลทุกความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อตัวรถยนต์ เนื่องจากอุบัติเหตุ ที่มีการ เฉี่ยว ชน หรือ พลิกคว่ำ ไม่ว่าเราจะเป็นฝ่ายถูกหรือฝ่ายผิด จะมีคู่กรณีหรือไม่มีคู่กรณีก็ได้(ชนอะไรก็ดูแล) ดูแลในกรณีที่ รถยนต์หรืออุปรณ์ตกแต่งที่มากับรถยนต์ สูญหาย หรือ รถยนต์ไฟไหม้

ความคุ้มครองประกันรถยนต์ชั้น 1

  • รถชน (ไม่มีคู่กรณี) เช่น ชนคน สัตว์ สิ่งของ อาทิ กำแพง รั้ว เสาไฟฟ้า ต้นไม้ กระถางต้นไม้ ถังขยะ ฟุตบาท หรือถูกขูด ขีด เฉี่ยวชน ที่ไม่สามารถระบุคู่กรณีได้
  • รถชน (มีคู่กรณี) คู่กรณี คือ ยานพาหนะทางบก รถที่ขับเคลื่อนด้วยเชื้อเพลิง มอเตอร์ ไฟฟ้า (ยานพาหนะที่จดทะเบียนกรมการขนส่งทางบก) เช่น รถยนต์ทุกประเภท รถมอเตอร์ไซด์
  • ไฟไหม้ ไม่วาจะไหม้ด้วยตัวมันเอง หรือ ไหม้เพราะเหตุสืบเนื่อง ประกันจะชดเชยค่าเสียหายทั้งหมดตามจริง ไม่เกินทุนประกัน
  • ถสูญหาย ในหมวดรถยนต์สูญหาย ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ทั้งคัน หรือ อุปกรณ์ที่ตกแต่งมากับตัวรถ ประกันจะชดเชยค่าเสียหายทั้งหมดตามจริง ไม่เกินทุนประกัน หรือ หากรถยนต์สูญหายทั้งคัน บริษัทจะชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมดตามทุนประกัน โดยต้องโอนกรรมสิทธิ์ ให้บริษัทประกันภัย หากตามรถกลับมาได้ลูกค้ามีสิทธิเลือกรับรถยนต์คืน หรือจะไม่รับคืนก็ได้ แต่ถ้าหากรับรถยนต์คืน จะต้องนำเงินที่ได้ไปทั้งหมด กลับมาคืนด้วย (บริษัทประกันจะชดใช้ให้ อย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น)
  • น้ำท่วม ในหมวดน้ำท่วม บริษัทประกันภัยจะคุ้มครองในกรณีที่น้ำมาหารถยนต์ น้ำจากภัยธรรมชาติ จะชดเชยให้ตามความเสียหาย ที่เกิดขึ้นจริง แต่ไม่เกินทุนประกันที่กำหนดไว้

ประกันรถยนต์ชั้น 2


คุ้มครองคู่กรณี ทรัพย์สินบุคคลอื่น และ สูญหายไฟไหม้ (ไม่นิยมในท้องตลาด เนื่องจากมี ประกันรถยนต์ชั้น 2+ และ 3+ เป็นทางเลือกที่ดีกว่า)


ประกันรถยนต์ชั้น 2+


คุ้มครองเฉพาะรถชนกับรถ และ รถยนต์สูญหายไฟไหม้ / เคลมสดรถชนรถ : ดูแลความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อตัวรถยนต์ เนื่องจากอุบัติเหตุที่มีการเฉี่ยว ชน หรือ พลิกคว่ำ กับยานพาหนะทางบกเท่านั้น ( รถที่จดทะเบียนกับกรมขนส่งทางบก เช่น รถยนต์ รถมอเตอร์ไซด์ )ดูแลในกรณีที่ รถยนต์หรืออุปรณ์ตกแต่งที่มากับรถยนต์ สูญหาย หรือ รถยนต์ไฟไหม้และ ชีวิตร่างกายอนามัยของบุคคลภายนอกและภายในรถ


ประกันรถยนต์ชั้น 3


คุ้มครองเฉพาะทรัพย์สินคู่กรณี และ ชีวิตร่างกายอนามัยของบุคคลภายนอกและภายในรถ


ประกันรถยนต์ชั้น 3+


คุ้มครองเฉพาะรถชนกับรถ และ รถยนต์สูญหายไฟไหม้ / เคลมสดรถชนรถ : ดูแลความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อตัวรถยนต์ เนื่องจากอุบัติเหตุที่มีการเฉี่ยว ชน หรือ พลิกคว่ำ กับยานพาหนะทางบกเท่านั้น (รถที่จดทะเบียนกับกรมขนส่งทางบก เช่น รถยนต์ รถมอเตอร์ไซด์) และ ชีวิตร่างกายอนามัยของบุคคลภายนอกและภายในรถ

รองเท้าผ้าใบแฟชั่น สวย ดูดี ไม่ตกเทรนด์

รองเท้าผ้าใบ หนึ่งในแฟชั่นที่วัยรุ่นหลายคนขาดไม่ได้ ไม่ว่าคุณจะแต่งตัวลุคไหนเพียงแค่มีผ้าใบคู่ใจ ก็สวยหล่อได้ทุกสถานการณ์ วันนี้เราจะพาไปดูรองเท้าผ้าใบแฟชั่นสุดชิคสำหรับคุณผู้หญิง ที่ฮอตฮิตติดลมบนอยู่ในขณะนี้ ขอบอกเลยว่าที่เรารวบรวมมาให้ดูกันนั้นมีแต่ ตัวเด็ดๆ สวยๆ ทั้งนั้นเลย จะมีแบรนด์ไหน แบบไหนกันบ้าง ไปดูกันเลย

รองเท้าผ้าใบแฟชั่น อันดับหนึ่งคงต้องยกให้เจ้านี้เลย

Converse all star

เป็นรองเท้าผ้าใบที่ฮิตมากๆ นั่นก็คือ Converse all star นั่นเอง เชื่อว่าสาวๆเกือบทุกคนมีแน่นอนนน


รองเท้าผ้าใบแฟชั่น อันดับที่สอง นั่นก็คือ

Nike


ยี่ห้อนี้เก๋กู้ดมากก มีหลายรุ่น หลายสี หลายแบบ