ข้อควรรู้เกี่ยวกับประกันรถยนต์ในแต่ละประเภท

ปัจจุบันรถยนต์และประกันภัยรถยนต์เป็นสิ่งที่คู่กัน ผู้ขับขี่ส่วนใหญ่ก็ทำประกันรถยนต์ทุกคน และการทำประกันรถยนต์ชั้น 1 นั้น ไม่จำเป็นต้องเป็นคันใหม่ป้ายแดง คนที่ซื้อรถมือสองหรือมีรถยนต์ที่อายุไม่เกิน 10 ปี ยังสามารถทำประกันรถยนต์ชั้น 1 ได้ ทำให้มีบริษัทประกันภัยและโบรกเกอร์ประกันภัยต่างๆ มีข้อเสนอออกมามากมาย ทั้งราคาเบี้ยประกัน ทั้งความคุ้มครองที่แตกต่างกันไป ถ้าเราศึกษาข้อมูลเบี้ยประกันรถยนต์ดีๆ ก็จะมีเบี้ยประกันรถยนต์ที่ราคาถูกและความคุ้มครองดีมีอยู่จริง

สำหรับผู้ใช้รถที่เริ่มต้นซื้อประกันรถยนต์ด้วยตัวเอง อาจจะมีคำถามเกิดขึ้นว่า ประกันแต่ละประเภทที่ขายๆ กันอยู่เนี้ย มันแตกต่างกันยังไง แล้วไอ้ประกันรถยนต์มันมีกี่ประเภท ถ้าจะใช้รถแค่เช้าขับไปทำงาน เย็นขับจากออฟฟิศแล้วกลับบ้าน ต้องใช้ประกันประเภทไหน ผมอยากให้ลองอ่านข้อมูลพวกนี้ดูนะครับ คือผมไปหาข้อมูลเกี่ยวกับแต่ละประเภทของประกันรถยนต์มาให้แล้ว จะได้ใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์ที่เหมาะกับตัวเองได้ สไตล์การใช้รถแบบเราเหมาะกับการใช้งานแบบไหนไปดูกันเลย

ประกันรถยนต์แต่ละประเภท


ประกันรถยนต์ชั้น 1


ดูแลทุกความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อตัวรถยนต์ เนื่องจากอุบัติเหตุ ที่มีการ เฉี่ยว ชน หรือ พลิกคว่ำ ไม่ว่าเราจะเป็นฝ่ายถูกหรือฝ่ายผิด จะมีคู่กรณีหรือไม่มีคู่กรณีก็ได้(ชนอะไรก็ดูแล) ดูแลในกรณีที่ รถยนต์หรืออุปรณ์ตกแต่งที่มากับรถยนต์ สูญหาย หรือ รถยนต์ไฟไหม้

ความคุ้มครองประกันรถยนต์ชั้น 1

  • รถชน (ไม่มีคู่กรณี) เช่น ชนคน สัตว์ สิ่งของ อาทิ กำแพง รั้ว เสาไฟฟ้า ต้นไม้ กระถางต้นไม้ ถังขยะ ฟุตบาท หรือถูกขูด ขีด เฉี่ยวชน ที่ไม่สามารถระบุคู่กรณีได้
  • รถชน (มีคู่กรณี) คู่กรณี คือ ยานพาหนะทางบก รถที่ขับเคลื่อนด้วยเชื้อเพลิง มอเตอร์ ไฟฟ้า (ยานพาหนะที่จดทะเบียนกรมการขนส่งทางบก) เช่น รถยนต์ทุกประเภท รถมอเตอร์ไซด์
  • ไฟไหม้ ไม่วาจะไหม้ด้วยตัวมันเอง หรือ ไหม้เพราะเหตุสืบเนื่อง ประกันจะชดเชยค่าเสียหายทั้งหมดตามจริง ไม่เกินทุนประกัน
  • ถสูญหาย ในหมวดรถยนต์สูญหาย ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ทั้งคัน หรือ อุปกรณ์ที่ตกแต่งมากับตัวรถ ประกันจะชดเชยค่าเสียหายทั้งหมดตามจริง ไม่เกินทุนประกัน หรือ หากรถยนต์สูญหายทั้งคัน บริษัทจะชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมดตามทุนประกัน โดยต้องโอนกรรมสิทธิ์ ให้บริษัทประกันภัย หากตามรถกลับมาได้ลูกค้ามีสิทธิเลือกรับรถยนต์คืน หรือจะไม่รับคืนก็ได้ แต่ถ้าหากรับรถยนต์คืน จะต้องนำเงินที่ได้ไปทั้งหมด กลับมาคืนด้วย (บริษัทประกันจะชดใช้ให้ อย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น)
  • น้ำท่วม ในหมวดน้ำท่วม บริษัทประกันภัยจะคุ้มครองในกรณีที่น้ำมาหารถยนต์ น้ำจากภัยธรรมชาติ จะชดเชยให้ตามความเสียหาย ที่เกิดขึ้นจริง แต่ไม่เกินทุนประกันที่กำหนดไว้

ประกันรถยนต์ชั้น 2


คุ้มครองคู่กรณี ทรัพย์สินบุคคลอื่น และ สูญหายไฟไหม้ (ไม่นิยมในท้องตลาด เนื่องจากมี ประกันรถยนต์ชั้น 2+ และ 3+ เป็นทางเลือกที่ดีกว่า)


ประกันรถยนต์ชั้น 2+


คุ้มครองเฉพาะรถชนกับรถ และ รถยนต์สูญหายไฟไหม้ / เคลมสดรถชนรถ : ดูแลความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อตัวรถยนต์ เนื่องจากอุบัติเหตุที่มีการเฉี่ยว ชน หรือ พลิกคว่ำ กับยานพาหนะทางบกเท่านั้น ( รถที่จดทะเบียนกับกรมขนส่งทางบก เช่น รถยนต์ รถมอเตอร์ไซด์ )ดูแลในกรณีที่ รถยนต์หรืออุปรณ์ตกแต่งที่มากับรถยนต์ สูญหาย หรือ รถยนต์ไฟไหม้และ ชีวิตร่างกายอนามัยของบุคคลภายนอกและภายในรถ


ประกันรถยนต์ชั้น 3


คุ้มครองเฉพาะทรัพย์สินคู่กรณี และ ชีวิตร่างกายอนามัยของบุคคลภายนอกและภายในรถ


ประกันรถยนต์ชั้น 3+


คุ้มครองเฉพาะรถชนกับรถ และ รถยนต์สูญหายไฟไหม้ / เคลมสดรถชนรถ : ดูแลความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อตัวรถยนต์ เนื่องจากอุบัติเหตุที่มีการเฉี่ยว ชน หรือ พลิกคว่ำ กับยานพาหนะทางบกเท่านั้น (รถที่จดทะเบียนกับกรมขนส่งทางบก เช่น รถยนต์ รถมอเตอร์ไซด์) และ ชีวิตร่างกายอนามัยของบุคคลภายนอกและภายในรถ

รองเท้าผ้าใบแฟชั่น สวย ดูดี ไม่ตกเทรนด์

รองเท้าผ้าใบ หนึ่งในแฟชั่นที่วัยรุ่นหลายคนขาดไม่ได้ ไม่ว่าคุณจะแต่งตัวลุคไหนเพียงแค่มีผ้าใบคู่ใจ ก็สวยหล่อได้ทุกสถานการณ์ วันนี้เราจะพาไปดูรองเท้าผ้าใบแฟชั่นสุดชิคสำหรับคุณผู้หญิง ที่ฮอตฮิตติดลมบนอยู่ในขณะนี้ ขอบอกเลยว่าที่เรารวบรวมมาให้ดูกันนั้นมีแต่ ตัวเด็ดๆ สวยๆ ทั้งนั้นเลย จะมีแบรนด์ไหน แบบไหนกันบ้าง ไปดูกันเลย

รองเท้าผ้าใบแฟชั่น อันดับหนึ่งคงต้องยกให้เจ้านี้เลย

Converse all star

เป็นรองเท้าผ้าใบที่ฮิตมากๆ นั่นก็คือ Converse all star นั่นเอง เชื่อว่าสาวๆเกือบทุกคนมีแน่นอนนน


รองเท้าผ้าใบแฟชั่น อันดับที่สอง นั่นก็คือ

Nike


ยี่ห้อนี้เก๋กู้ดมากก มีหลายรุ่น หลายสี หลายแบบ