เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับประกันชีวิต ข้อคิดดีๆ สำหรับคนทุกวัย

จากสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปมาก การใช้ชีวิตที่ยากลำบากหลายปัญหาชีวิต ความสุขในชีวิตคุณกลับลดลงไปแบบไม่น่าเชื่อ ซึ่งทั้งหมดเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นแล้วในเมืองไทย และบางทีคุณอาจยังไม่สามารถรับรู้ว่าสังคมที่ดูแย่ลง เป็นการย้ำเตือนให้เซฟตี้ตัวเองด้วย ถ้าสังเกตดีๆจะเห็นได้ชัดว่า เหตุการณ์ที่ย่ำแย่มีสาเหตุมาจากสภาพสังคมเสื่อมโทรม อาทิ อุบัติเหตุบนท้องถนน จากความประมาท การทะเลาะวิวาท การใช้ความรุนแรงในสังคม แม้แต่ปัญหาครอบครัวก็เป็นจุดชนวนเหตุร้ายต่างๆ ได้ด้วย ซึ่งแต่ละเรื่องล้วนส่งผลให้ชีวิตคุณมีความเสี่ยงเหมือนเงาตามตัวเลย การใช้ชีวิตที่ขาดความสุขระยะยาว คอยค้ำจุนชีวิตคือปัจจัยที่อันตรายมากในสังคมยุคนี้ ดังนั้น เราจึงอยากให้คุณได้มีเวลาเตรียมพร้อมตัวเองด้วยการเลือก ประกันชีวิต ที่ช่วยให้คุณใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่มากขึ้นและรับมือกับความเสี่ยงในชีวิตต่างๆ ได้ ซึ่งการทำประกันชีวิตจะให้ประโยชน์อะไรกับเราบ้าง เราควรทำประกันชีวิตแบบไหนดี ใครที่กำลังวางแผนเรื่องนี้อยู่ ลองมาดูข้อมูลต่อไปนี้ เพื่อจะได้ช่วยตัดสินใจได้ง่ายขึ้น



ประกันชีวิตคือ


ประกันชีวิต หรือ กรมธรรม์ประกันชีวิต ในนัยของกฎหมาย จะหมายถึงสัญญาต่างตอบแทนที่คู่สัญญาฝ่ายหนึ่ง ซึ่งเรียกว่า "ผู้เอาประกัน" มีหน้าที่ต้องจ่ายเบี้ยประกันให้กับคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่ง เรียกว่า "บริษัทประกันชีวิต" และเมื่อผู้เอาประกันเสียชีวิต หรืออยู่ครบตามสัญญาของกรมธรรม์ ทางฝ่าย "บริษัทประกันชีวิต" ก็มีหน้าที่ต้องจ่ายผลตอบแทน เรียกว่า "ทุนประกันชีวิต" ให้แก่ผู้เอาประกันหรือผู้รับผลประโยชน์ตามกรมธรรม์

เหตุผลที่เราควรเลือกทำประกันชีวิต

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังมีคำถามว่า ทำไมเราต้องทำประกันชีวิตด้วย ทำประกันชีวิตแล้วจะได้ประโยชน์อะไร ลองมาดูเหตุผลต่างๆ ของคนที่ได้ทำประกันชีวิตเอาไว้ เช่น
  • เพื่อเป็นหลักประกันทางการเงินของครอบครัว เช่น หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน หัวหน้าครอบครัวเสียชีวิต ครอบครัวก็จะได้มีเงินทุนในการดำรงชีพต่อไป
  • เพื่อเป็นทุนสำรองเลี้ยงชีพกรณีทุพพลภาพถาวร หากเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง ทำให้ต้องพิการ ไม่สามารถทำงานหาเลี้ยงชีพได้
  • เพื่อเป็นทุนการศึกษาจนถึงขั้นสูงสุดของบุตรแต่ละคน
  • เพื่อคุ้มครองวงเงินสินเชื่อ OD / หนี้สินระยะสั้น / หนี้สินระยะยาว
  • เพื่อการสะสมทรัพย์ พร้อมรับผลตอบแทนทางการเงินโดยไม่มีความเสี่ยง
  • เพื่อเป็นทุนสำรองสำหรับการรักษาโรคร้ายแรงต่อเนื่องโดยเฉพาะ เพราะโรคเหล่านี้ต้องเข้ารับการรักษาระยะยาว ต้องเสียค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนมาก
  • เพื่อเป็นทุนสำรองไว้ใช้หลังวัยเกษียณอายุ สำหรับเป็นเงินบำนาญตลอดชีพ

ชนิดของการประกันชีวิต
  • ประกันชีวิตแบบช่วงระยะเวลา (Term) เป็นกรมธรรม์ที่มีอายุจำกัด บริษัทจะจ่ายเงินสินไหมให้ผู้รับผลประโยชน์ หากผู้เอาประกันเสียชีวิตในขณะที่กรมธรรม์มีผลบังคับ แต่ไม่มีเงินคืนเมื่อครบอายุกรมธรรม์ ตัวอย่างการเลือกประกันประเภทนี้ เช่น เพื่อการประกันความเสี่ยงในการผ่อนบ้าน ถึงแม้ว่าผู้ที่เป็นรายได้หลักของครอบครัวเกิดเสียชีวิต สมาชิกในครอบครัวซึ่งเป็นผู้รับประโยชน์ จะได้เงินประกันสำหรับชำระค่าผ่อนต่อโดยไม่มีภาระทางการเงิน
  • ประกันชีวิตแบบออมทรัพย์ (Endowment) เป็นกรมธรรม์ที่มีอายุจำกัด บริษัทจะจ่ายเงินจำนวนหนึ่งให้กับผู้รับผลประโยชน์เมื่อเสียชีวิต แต่หากมีชีวิตครบอายุกรมธรรม์ก็จะมอบเงินจำนวนหนึ่งให้กับผู้เอาประกัน
  • ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ (Wholelife) เป็นการรับประกันชีวิตตลอดอายุผู้เอาประกัน(ในทางการค้า 90-99 ปี)
  • ประกันชีวิตแบบบำนาญ (Annuity)คล้ายกับแบบออมทรัพย์ โดยบริษัทประกันชีวิตจะเก็บเบี้ยประกันจนถึงอายุระดับหนึ่งแล้วทยอยจ่ายคืนเงินให้กับผู้เอาประกัน
  • ประกันชีวิตควบการลงทุน (unit linked) เป็นการทำประกันชีวิตโดยได้ความคุ้มครองค่าความสามารถและในขณะเดียวกันก็ไม่เสียโอกาสในการลงทุนในกองทุนรวมที่ทางบริษัทประกันคัดสรรมาให้ผู้เอาประกันได้เลือกลงทุนตามความเสี่ยงที่ผู้เอาประกันรับได้ โดยตัวแทนที่ทำหน้าที่นำเสนอขายแบบประกันนี้จะต้องมีใบอนุญาตSingle Licenseจากกลต.ด้วย

การทำประกันชีวิต มีเงื่อนไขความคุ้มครองหลายรูปแบบ นอกจากการชดเชยค่าสินไหมเมื่อเสียชีวิตแล้ว ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในกรณีฉุกเฉินหรือเจ็บป่วยได้อีกด้วย เตรียมความพร้อมให้อนาคต ด้วยการทำประกันชีวิตที่ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ทำได้เพียงปลายนิ้ว และเมื่อคุณทำเรียบร้อย คุณก็สบายใจกับการใช้ชีวิตได้และเพลิดเพลินไปกับความสงบสุขตลอดชีวิตโดยไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง