motor-insurance

ผู้ใช้รถที่ซื้อประกันรถยนต์หลายคนคงจะมีคำถามในหัวว่า ประกันแต่ละประเภท แยกเป็นประเภท 1, 2+, 3+ และ 3 แตกต่างกันยังไง ครอบคลุมอะไรบ้าง ดี หรือเหมาะสมกับสไตล์การใช้รถแบบเรายังไง มาทำความเข้าใจกับแต่ละประเภทของประกันรถยนต์กันก่อน จะได้ใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อประกันรถยนต์ และใช้รถได้อย่างอุ่นใจ แถมอาจจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายได้อีกด้วย

ประกันรถยนต์ชั้น1

ประกันรถยนต์ชั้น1 เป็นประกันรถยนต์ที่ตอบโจทย์ทุกอย่างในการให้ความคุ้มครองที่เกิดจากการชน เหมาะสำหรับรถยนต์ใหม่ ประกันรถยนต์ชั้น1 มีความคุ้มครองสูงสุด สามารถเคลมได้เกือบทุกกรณีตั้งแต่ชนต้นไม้ ชนรั้ว ล้อแม็กครูดฟุตบาท ไปจนถึง รถยนต์สูญหาย ไฟไหม้ น้ำท่วม และอุบัติเหตุรุนแรง รถถูกทุบ/ทำลาย
  • คุ้มครองคุณ และรถอย่างครอบคลุม ไม่ว่าจะมีคู่กรณีหรือไม่
  • ดูแลค่ารักษาพยาบาลหากเกิตเหตุไม่คาดคิด
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ตลอด 24 ชั่วโมง (บริการยกรถ/ลากรถ บริการจัดส่งน้ำมัน บริการกุญแจสำรอง)*
  • มีอู่ซ่อมที่ได้มาตรฐาน A+ มากกว่า 100 แห่ง และอู่มาตรฐานอื่นๆ รวมทั้งอู่ห้างในสัญญาอีกมากกว่า 700 แห่ง
  • บริการซ่อมสีรถแบบเร่งด่วน เสร็จภายใน 24 ชั่วโมง

*เงื่อนไขการรับประกันภัย และการให้บริการต่างๆ เป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

ประกันรถยนต์ชั้น2+

  • ไม่ต้องตรวจสภาพรถก่อนทำประกันภัย
  • ประเภท 2+ จำกัดอายุรถยนต์ ไม่เกิน 20 ปี
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ตลอด 24 ชั่วโมง
  • มีอู่ซ่อมที่ได้มาตรฐาน A+ มากกว่า 100 แห่ง และอู่มาตรฐานอื่นๆ รวมทั้งอู่ห้างในสัญญาอีกมากกว่า 700 แห่ง
  • บริการซ่อมสีรถแบบเร่งด่วน เสร็จภายใน 24 ชั่วโมง

ประกันรถยนต์ชั้น3+

  • ไม่ต้องตรวจสภาพรถก่อนทำประกันภัย
  • การประกันภัยรถยนต์ประเภท 3+ ไม่จำกัดอายุรถยนต์
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ตลอด 24 ชั่วโมง

ประกันรถยนต์ชั้น3

  • ไม่ต้องตรวจสภาพรถก่อนทำประกันภัย
  • การประกันภัยรถยนต์ประเภท 3 ไม่จำกัดอายุรถยนต์
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ตลอด 24 ชั่วโมง

ประกันรถยนต์แต่ละแบบก็เหมาะกับการใช้รถของแต่ละคน และประสบการณ์ขับรถที่แตกต่างกัน  หากเราสามารถเลือกซื้อประกันรถยนต์ให้เหมาะสมกับตัวเองแล้ว เราก็สามารถใช้เงินคุ้มค่า และอุ่นใจทุกครั้งเมื่ออยู่บนท้องถนน

นิยายวายคืออะไร พร้อมแนะนำหนังสือนิยายวายน่าอ่าน

นิยาย หรือ นวนิยาย ถือเป็นความบันเทิงในอีกรูปแบบ หนึ่งที่บอกเล่าเรื่องราวผ่านตัวหนังสือ ร้อยเรียงจินตนาการผ่านตัวละคร ซึ่งในปัจจุบันมีนิยายในอีกแนวหนึ่งได้รับความสนใจมากพอสมควร เรียกกันว่า นิยายวาย ซึ่งกลุ่มวัยรุ่นยุคนี้ค่อนข้างที่จะนิยม แต่ก็ไม่ทุกคนเป็นเฉพาะกลุ่มที่ชื่นชอบเท่านั้น

นิยายวายแบ่งเป็นสองประเภทหลัก จากที่ได้ติดตามอ่านจากเว็บบอร์ดต่าง ๆ หรือตามเว็บไซด์นิยายออนไลน์ จะมีการแบ่งประเภทนิยายวาย เป็นสองแบบ คือ

  • YAOI จะเป็นเรื่องราวระหว่างชายกับชาย 
  • YURI จะเป็นเรื่องราวระหว่างหญิงกับหญิง

แนะนำหนังสือนิยายวายน่าอ่าน


สำหรับสายวายที่ติดใจจากซีรีส์มาก่อน แล้วอยากตามอ่านรายละเอียดในนิยายวายกันต่อ ไปจนถึงนักอ่านที่อยากเริ่มต้นอ่านนิยายวาย และยังไม่รู้จะอ่านเล่มไหนก่อนดี ตามมาทางนี้เลย เพราะเรานิยายวายเรื่องเด็ดมาแนะนำ

 

ฮัสกี้หน้าโง่กับอาจารย์เหมียวขาวของเขา


เป็นเรื่องราวของโม่เวยอวี่ พระเอกที่ตายแล้วย้อนอดีตมาช่วงเด็กก่อนจะเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นจนทำให้เปลี่ยนไปคนละคน ฉู่หวั่นหนิงนายเอกเป็นซือจุน อาจารย์ของพระเอก ชีวิตวัยเด็กพระเอกก็ล้มลุกคลุกคลานจนกระทั่งมาคำนับอาจารย์ นายเอกเคยช่วยชีวิตพระเอกตอนยังเป็นแค่เด็กเล็ก ๆ แต่เพราะยังเล็กเนี่ยแหละความทรงจำพระเอกตอนนั้นเลยเป็นแค่ภาพเลือนราง พอเห็นหน้านายเอกก็รู้สึกติดใจว่าเหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อนแต่ไม่ได้ถามออกไป นายเอกโตมาให้ละเรื่องทางโลกมีแต่ความรู้สึกว่างเปล่า บำเพ็ญเพียรอย่างเดียวเมื่อพบกับจิตใจที่ดีงาม รอยยิ้มสว่างสดใสและความเด็ดเดี่ยวของพระเอกทำให้นายเอกใจสั่น เริ่มบทแรกจะเกริ่นถึงโม่หรันตอนขึ้นเป็นจักรพรรดิ

นิยายวาย, ฮัสกี้หน้าโง่กับอาจารย์เหมียวขาวของเขา
หนังสือนิยายวาย : ฮัสกี้หน้าโง่กับอาจารย์เหมียวขาวของเขา



โรงเตี๊ยมจิ้งจอกปีศาจ


โรงเตี๊ยมหูหลี่ชิงนั้นช่างสุขสันต์อย่างลึกลับ นอกจากพ่อครัวทะลุมิติกับเสี่ยวเอ้อร์อดีตศิษย์วัดเส้าหลินแล้ว ยังมีเถ้าแก่ปีศาจจิ้งจอกที่อาศัยการดูดพลังจากผู้ชายเพื่อบำเพ็ญตบะ ดังนั้นกฎในการช่วยเหลือคนจึงคือ...หากหล่อก็แบกเข้ามา ไม่หล่อก็ทิ้งไว้ข้างนอก แต่เมื่อลูกชายเจ้ายุทธภพซมซานมาเยือน ความสงบก็ถูกทำลาย

นิยายวาย, โรงเตี๊ยมจิ้งจอกปีศาจ
หนังสือนิยายวาย : โรงเตี๊ยมจิ้งจอกปีศาจ


เกิดใหม่อีกครั้งก็ยังห้าวไม่เลิก


ตำรวจหนุ่มเลือดร้อนต้องมาสิ้นอายุขัยถูกคนร้ายยิงตายก่อนวัยอันควร ทว่าในความโชคร้ายนั้นก็ยังมีความโชคดีอยู่ หลังจากที่ตายแทนที่จะต้องไปชดใช้กรรมเขากลับได้มาเกิดใหม่ในร่างของลูกชายมาเฟียผู้มีอิทธิพลแทน แต่เกิดใหม่ครั้งนี้เขาก็ยังไม่ทิ้งลายเดิมห้าวอย่างไรก็ห้าวอย่างนั้นแม้แต่คนเป็นพ่อก็ยังโดนไปด้วย ขอแค่อีกฝ่ายพร้อมเขาก็พร้อมพุ่งเข้าใส่เสมอ ถึงแม้ร่างที่ตัวเองอยู่จะเป็นแค่เด็กเจ็ดขวบคนนึงก็ตาม

นิยายวาย, เกิดใหม่อีกครั้งก็ยังห้าวไม่เลิก
หนังสือนิยายวาย : เกิดใหม่อีกครั้งก็ยังห้าวไม่เลิก


ways-to-keep-away-from-critical-diseases

ในยุคดิจิตอล 4.0 แบบนี้ เป็นยุคที่แต่ละคนใช้ชีวิตอย่างเร่งรีบและทำงานหนักกันอย่างสุดขีด อีกทั้งการแข่งขันที่สูงในทุกๆ เรื่อง จึงทำให้ทุกคนตึงเครียด วิตกกังวล และนำไปสู่การเป็นโรคร้ายแรงโดยไม่รู้ตัว รวมไปถึงการทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ ไม่ดูแลสุขภาพ ก็ก่อให้เกิดโรคร้ายแรงได้เช่นกัน แล้วโรคร้ายแรงทั้ง 5 โรค มีอะไรบ้าง

1. โรคมะเร็ง

โรคร้ายแรงที่กว่า 90% ได้พรากชีวิตของเราไป ถ้าเจอเร็วยังมีเวลารักษา แต่ถ้าเจอช้าก็สายเกินกว่าจะแก้ไข ขอบอกเลยว่าโรคมะเร็งสามารถพบได้ทุกเพศทุกวัย ซึ่งโรคมะเร็งที่พบในผู้ชายส่วนใหญ่ คือ โรคมะเร็งตับ ส่วนที่พบมากในผู้หญิง คือ โรคมะเร็งเต้านม สรุปง่ายๆ เลย คือ โรคมะเร็งเกิดจากเซลล์ที่ผิดปกติของร่างกาย แล้วเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วจนวิ่งรักษาแทบไม่ทัน แล้วเซลล์เหล่านั้นก็ดันลุกลาม และแพร่กระจายไปทั่วร่างกายของเรา จนทำให้เซลล์ปกติในร่างกายของเรานั้นล้มเหลวเฉียบพลันนั่นเอง

2. โรคหัวใจ

มีทั้งที่เป็นตั้งแต่กำเนิด และเป็นทีหลัง ซึ่งโรคหัวใจที่เป็นทีหลังอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ และบางสาเหตุอาจมาจากโรคที่เราคุ้นเคย เช่น โรคความดันโลหิตสูง คอเลสเตอรอลสูง และอีกหนึ่งโรคที่เราอาจไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นได้คือ โรคหัวใจรูห์มาติก เกิดจากการเป็นไข้รูห์มาติก ซึ่งเป็นกลุ่มอาการที่มีการอักเสบจากการติดเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่งซึ่งทำให้เกิดการอักเสบในคอ และเมื่อเกิดการอักเสบซ้ำโดยไม่ได้รับการรักษาจะส่งผลต่อระบบอวัยวะต่างๆ ของร่างกายไม่ว่าจะเป็น ข้อ สมอง ผิวหนัง และที่สำคัญคือหัวใจและลิ้นหัวใจอักเสบ จนทำให้กลายเป็นโรคลิ้นหัวใจรั่วอย่างถาวร ฟังแล้วก็รู้สึกขนลุกเบาๆ เพราะหากเป็นคนที่ไม่ค่อยดูแลสุขภาพด้วยแล้ว ก็จะมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจมากกว่าคนที่ดูแลสุขภาพมากเลยทีเดียว ทีนี้ทุกคนพอจะมี Passion ในการออกกำลังกายบ้างหรือยัง?

3. โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง

เป็นโรคที่ไม่สามารถรู้ได้โดยทันที จะเหมือนอาการของโรคนั้นทีโรคนี้ที ซึ่งต้องดูกันไปยาวๆ แต่ถ้าใครเริ่มมีอาการหนังตาตก พูดไม่ชัด เคี้ยวลำบากล่ะก็ แนะนำว่าต้องรีบพบแพทย์โดยทันที

4. โรคหลอดเลือดสมอง

มีทั้งเส้นเลือดในสมองอุดตันเนื่องจากลิ่มเลือด และเส้นเลือดในสมองแตก เนื่องจากความดันโลหิตสูงนั่นเอง

5. โรคหอบหืดรุนแรงเฉียบพลัน

หลายๆ คนต้องพกยาสำหรับพ่น เมื่อมีอาการหอบหืด หรือเกิดอาการตีบตันของทางเดินหายใจ ซึ่งอาการของแต่ละคนจะไม่เท่ากัน เคล็ดลับการดูแลสุขภาพจากโรคนี้ แนะนำให้หลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ เช่น ฝุ่น ขนสัตว์ และละอองเกสรต่างๆ เป็นต้น ซึ่งโรคร้ายแรงที่กล่าวมาข้างต้นอาจจะเกิดขึ้นได้เอง หรือเป็นเพราะพฤติกรรมของเราที่ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อโรคต่างๆได้มากขึ้น แล้วเกร็ดความรู้สุขภาพ ที่จะช่วยให้เราห่างไกลโรคเหล่านี้ มีอะไรบ้างล่ะ?

การดูแลสุขภาพให้ห่างไกลจากโรคร้าย

การดูแลสุขภาพให้ห่างไกลจากโรคร้าย มีด้วยกันหลายวิธี แต่ที่เราจะมาแนะนำนี้ เป็นวิธีที่ง่ายๆ ที่ทำได้ไม่ยาก 

ดื่มน้ำเยอะๆ ในปริมาณที่เพียงพอต่อร่างกายของเรา เพราะการดื่มน้ำ จะสามารถช่วยลดความเสี่ยงของการก่อตัวของเซลล์มะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งในกระเพาะปัสสาวะ และลำไส้ใหญ่ อีกทั้งการดื่มน้ำที่เพียงพอจะสามารถชะล้างสารที่อาจก่อให้เกิดมะเร็งในร่างกายได้ดีขึ้นด้วย 

ออกกำลังกายสม่ำเสมอ จะทำให้ระบบภูมิคุ้มกันดีขึ้น ช่วยรักษาสมดุลฮอร์โมนในร่างกาย เพียงแค่วันละ 30-45 นาที ก็เพียงพอแล้ว 

ลดการทานอาหารรสเค็ม ไม่ควรเกิน 2,400 มิลลิกรัมต่อวัน เพราะถ้าเกินมากกว่านี้อาจเป็นอันตรายกับเยื่อบุกระเพาะอาหาร และเสี่ยงเป็นโรคไต 

อย่าละเลยอาการเจ็บปวดต่างๆ ถ้าเจ็บปวดบริเวณไหนบ่อยๆ ให้รีบไปพบแพทย์ อย่าปล่อยไว้ เพราะอาการเหล่านี้ อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคร้ายจากร่างกายได้ 

ประกันภัยโรคร้ายแรง



วางแผนการรักษา ด้วยวิธีที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว อีกวิธีหนึ่งที่อยากจะแนะนำ ก็คือการทำประกันภัยโรคร้ายแรง เพราะโรคร้ายต่างๆ เกิดขึ้นแบบที่ไม่คาดฝัน กว่าที่เราจะรู้ตัว วิธีป้องกันต่างๆ ก็ทำไม่ทันแล้ว แต่ประกันที่มีความหลากหลายของโรคที่คุ้มครอง และเบี้ยประกันสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ดีทีเดียว 

โรคร้าย ควบคุมไม่ได้ แต่ ความสุข” คุณปกป้องได้ เริ่มดูแลสุขภาพตั้งแต่วันนี้ เพื่อสุขภาพที่ดีในอนาคต

ประกันอุบัติเหตุที่ไหนดี เลือกอย่างไร

การใช้ชีวิตในแต่ละวันย่อมมีความเสี่ยงอยู่เสมอ ยกตัวอย่างจากเหตุการณ์ป้ายรถเมล์ถล่ม หน้าห้างดังกลางกรุง ใครจะไปคิดว่าป้ายรถเมล์จะถล่มลงมา ยังไม่รวมเหตุการณ์ที่คนตกท่อระบายน้ำ แผ่นเหล็กตกปลิวใส่หน้ารถ หรือแม้กระทั่งโดนมอเตอร์ไซค์สวนเลน ขับมาเฉี่ยวชนบนทางเท้า ซึ่งเหตุการณ์ต่าง ๆ เหล่านี้ เป็นสิ่งที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น แต่มันดันเกิดขึ้นแทบทุกวัน โดยที่บางทีเราไม่สามารถควบคุมมันได้ เพราะส่วนใหญ่เกิดจากปัจจัยภายนอก ดังนั้น การเลือกซื้อประกันอุบัติเหตุจึงเป็นการบริหารความเสี่ยงอย่างหนึ่ง เพราะจะช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่าย จากเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันว่ามันจะเกิดขึ้นกับตัวเรา

ประกันอุบัติเหตุลดหย่อนภาษีได้หรือไม่

ถ้าเป็นประกันอุบัติเหตุของตัวเราเองจะลดหย่อนได้เฉพาะส่วนที่ให้ความคุ้มครองเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล การทุพพลภาพ การสูญเสียอวัยวะ และการแตกหักของกระดูก โดยอยู่ในหมวดเดียวกับสิทธิ์ประกันสุขภาพ ลดหย่อนภาษี

นอกจากนั้น ถ้าเพื่อนๆ ทำประกันอุบัติเหตุให้คุณพ่อคุณแม่ ก็สามารถนำมาลดหย่อนได้ตามจำนวนที่จ่ายจริงไม่เกิน 15,000 บาทต่อปีต่อคน โดยมีเงื่อนไขทางภาษีดังนี้

  1. ต้องเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของพ่อและแม่
  2. พ่อแม่ต้องมีรายได้ทั้งปีภาษีของแต่ละคนไม่เกิน 30,000 บาท
  3. พ่อแม่ต้องเป็นผู้อยู่ในประเทศไทยครบ 180 วันในปีนั้นๆ
  4. แบบคุ้มครองพ่อแม่อย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น สุขภาพ อุบัติเหตุ โรคร้ายแรง เป็นต้น

ประกันอุบัติเหตุ ที่ไหนดี

ประกันอุบัติเหตุที่ไหนดี เลือกอย่างไร

อยากจะซื้อประกันอุบัติเหตุ แต่ยังไม่รู้ว่าควรเลือกซื้อจากอะไร หรือจะซื้อประกันอุบัติเหตุ ที่ไหนดี เพราะมีหลากหลายบริษัทเหลือเกิน ที่เห็นชัด ๆ ก็คงจะเป็นอัตราเบี้ยประกันภัย แล้วถ้าเป็นด้านอื่น ๆ ควรเลือกจากอะไรดี ลองดูจากข้อมูลที่เรารวบรวมมาให้ได้เลย

  1. พิจารณาจากแบบความคุ้มครอง ระหว่างแบบ อบ.1 และ อบ.2 ว่าเราเหมาะสมกับแบบไหนมากกว่า
  2. พิจารณาจากเบี้ยประกันภัยระหว่างบริษัทประกันภัยต่าง ๆ โดยลองเปรียบเทียบกับหลาย ๆ บริษัท เพื่อให้แน่ใจว่าตรงกับความต้องการของตนเอง
  3. พิจารณาจากความน่าเชื่อถือ ฐานะ และวิธีการดำเนินงานของบริษัทประกันภัย

แต่สิ่งสำคัญที่สุด คือ การพิจารณาจากความต้องการของตนเอง เพราะทุกคนต่างมีอาชีพ และวิถีการดำเนินชีวิตที่แตกต่างกันออกไป การเลือกซื้อประกันภัยจึงขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละบุคคล

ถึงอย่างไรก็ตาม การทำประกันเป็นการลงทุนอย่างหนึ่ง และทุกการลงทุนย่อมมีความเสี่ยงอยู่เสมอ ก่อนเลือกซื้อควรพิจารณาให้ถี่ถ้วน และตรวจสอบดูให้แน่ชัดว่าตรงกับความต้องการของตนเอง การเลือกซื้อก็ไม่ยากอย่างที่คิด เพียงแค่เพื่อน ๆ ลองมองถึงความต้องการและวิถีการดำเนินชีวิต รวมถึงค่าเบี้ยประกันที่เราจ่ายไหว ก็จะพบกับประกันอุบัติเหตุที่เหมาะสม

ประกันสุขภาพมีกี่แบบ

ประกันสุขภาพมีกี่แบบ แต่ละแบบแตกต่างกันยังไง? สำหรับคนที่กำลังสนใจทำประกันสุขภาพ แต่ยังไม่รู้ว่าจะเลือกแบบไหนดี ก่อนอื่นลองทำความเข้าใจก่อนว่า ประกันสุขภาพเป็นสัญญาเพิ่มเติม (Rider) ที่ทำควบคู่กับประกันชีวิต โดยเน้นคุ้มครองค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับสุขภาพทั้งการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ หรือเจ็บป่วยจากโรคต่างๆ ซึ่งในปัจจุบันมีความคุ้มครองให้เลือกหลากหลาย

การประกันสุขภาพคืออะไร

การประกันสุขภาพ (Health insurance) คือ การประกันภัยที่บริษัทประกันภัยตกลงที่จะชดเชยค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น จากการรักษาพยาบาลของผู้เอาประกันภัย ไม่ว่าค่ารักษาพยาบาลนั้นจะเกิดขึ้นจากการเจ็บป่วยจากโรคภัย หรือการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุให้แก่ผู้เอาประกันภัย โดยสิทธิประโยชน์หรือความคุุ้มครองที่เราจะได้รับ มีดังต่อไปนี้

  • การรักษาตัวในโรงพยาบาล
  • ค่าใช้จ่ายจากการผ่าตัด
  • ค่าใช้จ่ายจากการประสบอุบัติเหตุ
  • ค่าใช้จ่ายจากการรักษาที่คลินิก หรือ OPD ของโรงพยาบาล
  • ค่าใช้จ่ายในการทำฟัน
  • ค่าใช้จ่ายในการคลอดบุตร
  • การชดเชยค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการบริการโดยพยาบาลพิเศษ
ประกันสุขภาพ

ประกันสุขภาพมีกี่ประเภท ต่างกันอย่างไร?

1. ประกันสุขภาพ ผู้ป่วยนอก (OPD)

การประกันสุขภาพผู้ป่วยนอก คือ ความคุ้มครองกรณีผู้เอาประกันได้รับการรักษาในโรงพยาบาลน้อยกว่า 6 ชั่วโมง หรือไม่จำเป็นต้องนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล พบแพทย์ วินิจฉัย จ่ายยา(ถ้ามี) แล้วก็กลับบ้านได้เลย หรือกรณีที่เรามีอาการบาดเจ็บที่ไม่รุนแรง เช่น การฉีดวัคซีน เกิดอุบัติเหตุเล็กน้อย เป็นต้น

2. ประกันสุขภาพ ผู้ป่วยใน (IPD)

การประกันสุขภาพผู้ป่วยใน คือ ความคุ้มครองกรณีผู้เอาประกันต้องรักษาตัวในโรงพยาบาลติดต่อกัน 6 ชั่วโมงขึ้นไป กรณีที่เราต้องนอนพักในโรงพยาบาล ทั้งนี้รวมถึงการที่โรงพยาบาลรับตัวผู้ป่วยหรือผู้เอาประกันไว้ แต่เสียชีวิตลงภายใน 6 ชั่วโมงด้วยนะครับ

3. ประกันสุขภาพโรคร้ายแรง (ECIR)

เนื่องจากบางโรคนั้นเป็นโรคที่ต้องใช้การรักษาเป็นระยะเวลานานและมีค่าใช้จ่ายในการรักษาสูง เช่น โรคหัวใจ, โรคมะเร็ง, โรคหลอดเลือดสมอง ฯลฯ ซึ่งบางครั้งประกันสุขภาพที่มีอยู่จะให้ความคุ้มครองได้ไม่เพียงพอ จึงมี ประกันสุขภาพโรคร้ายแรง เพิ่มขึ้นมา เพื่อให้ความคุ้มครองเกี่ยวกับโรคร้ายแรงที่ต้องได้รับการรักษาโดยแพทย์เฉพาะทางและต้องรักษาต่อเนื่องโดยเฉพาะ หรือโรคที่เกิดจากการบาดเจ็บร้ายแรง เป็นต้น ซึ่งประกันแบบนี้ก็จะระบุในกรมธรรม์ครับว่า จะจ่ายเงินเมื่อเราเป็นโรคอะไรบ้าง จ่ายเมื่อตรวจเจอ หรือเป็นโรคอยู่ที่ระดับไหน อย่างไร

4. ประกันสุขภาพ อุบัติเหตุ (PA)

ประกันอุบัติเหตุ คือ ความคุ้มครองกรณีผู้เอาประกันภัยเกิดอุบัติเหตุและได้รับบาดเจ็บ ไม่ว่าจะมีอาการบาดเจ็บเล็กน้อย ไปจนถึงขั้นทุพพลภาพ หรือเสียชีวิต ทางบริษัทประกันจะเป็นผู้รับผิดชอบชดเชยค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการรักษาตัวของเรา ถ้าหากร้ายแรงถึงขั้นต้องสูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพ หรือเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ บริษัทประกันจะต้องจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้เราด้วยครับ

5. ประกันชดเชยรายได้

การประกันชดเชยรายได้ คือ ความคุ้มครองเกี่ยวกับรายได้ของผู้เอาประกันระหว่างนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล โดยบริษัทประกันจะชดเชยค่าสินไหมทดแทนเป็นรายวันให้ ซึ่งเงินจำนวนนี้ก็เพื่อเป็นการชดเชยรายได้เมื่อเราไม่สามารถทำงานได้จากการพักรักษาตัวนั่นเอง รายละเอียดก็จะแตกต่างกันไปตามแต่ละกรมธรรม์ เช่น ชดเชยวันละ 300 บาท 500 บาท หรือวันละ 1,000 บาท เป็นต้น

what-is-clean-beauty

CLEAN BEAUTY คืออะไร?

ฟังดูเล่นใหญ่อลังการ แต่ Clean Beauty ก็คู่ควรกับความสำคัญเบอร์นั้นจริงๆ เพราะ Clean Beauty นั้นให้ผลลัพท์ทุกอย่างที่คุณต้องการ โดยปราศจากส่วนประกอบที่ไม่จำเป็นต่อผิว ตามนิยามของผู้ก่อตั้งปัญญ์ปุริ คุณวรวิทย์ ศิริพากย์

Clean Beauty คือ


“การดูแลตัวเองและรู้ว่าสุขภาพกายและใจนั้นมีความเชื่อมโยงกับสิ่งที่อยู่รอบๆ ตัวเรา สำหรับผลิตภัณฑ์บำรุงผิว สกินแคร์ควรจะประกอบด้วยส่วนผสมที่สะอาด มีประสิทธิภาพ และจำเป็นต่อผิวเท่านั้น”

ในขณะที่ผิวของเราถูกออกแบบมาให้ซ่อมแซมตัวเอง สกินแคร์และผลิตภัณฑ์เพื่อความงามส่วนใหญ่กลับมีสารประกอบที่ไม่จำเป็นต่อผิว แถมยังทำร้ายผิวและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว โดยเฉพาะสกินแคร์จากประเทศที่ไม่มีมาตรฐานที่เข้มงวดต่อส่วนผสมในสกินแคร์ สารเคมีจำพวก ซัลเฟต ซิลิโคน พาราเบน พาทาเลต EDTA และ PEG รวมถึงครีมกันแดดแบบเคมี กลูเตน และส่วนผสมจากสัตว์นั้น ได้ถูกนำมาใช้และทำร้ายผิวของเราในที่สุด


clean beauty


วงการบิวตี้ที่ภายนอกดูสวยงามและเลิศหรูนั้น แท้จริงเป็นเหมือนเพียงแค่ส่วนยอดของภูเขาน้ำแข็งเท่านั้น แต่ด้วยอินเตอร์เน็ตและโซเชียลมีเดีน สิ่งที่คนภายนอกและผู้ใช้ไม่เห็นนั้น ได้ถูกนำมาเปิดเผยมากขึ้น ทำให้บริษัทเครื่องสำอางและสกินแคร์ต้องเพิ่มความโปร่งใสและปรับเปลี่ยนตัวเอง เพราะผู้ใช้ในยุคนี้มีความใส่ใจในสิ่งที่พวกเขาใช้ และความซื้อสัตย์ของบริษัทเหล่านี้มากขึ้น ปัญญ์ปุริเองก็ให้ความสำคัญกับสิ่งเหล่านี้ เราเชื่อในความงามที่แตกต่างและเป็นธรรมชาติ เราเชื่อว่าความงานนั้นควรจะสะอาดและมีความโปร่งใสต่อผู้ใช้ และในฐานะของลูกค้า ทุกคนควรมีสิทธิ์เลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเอง

เซรั่มลดริ้วรอยคืออะไร และ เซรั่มลดริ้วรอยเหมาะกับใคร

ยิ่งอายุเพิ่มมากขึ้นผิวหน้าก็ยิ่งถูกทำร้ายได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นมลภาวะจากภายนอกหรือปัจจัยภายในที่ทำให้ผิวของเราหมองคล้ำ ไม่สดใส เกิดริ้วรอยก่อนวัยง่ายกว่าเดิม เพราะฉะนั้นผู้หญิงอย่างเราจึงต้องบำรุงผิวอย่างพิถีพิถันและเอาใจใส่มากขึ้นด้วยการเลือกเซรั่มลดริ้วรอยที่ดีที่สุด เพื่อการบำรุงที่ดีที่สุดสำหรับผิวหน้า

เซรั่มลดริ้วรอย

เซรั่มลดริ้วรอย เป็นผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่มีโมเลกุลขนาดเล็กมาก เนื้อสัมผัสของเซรั่มลดริ้วรอยบางเบากว่าการทาครีม ทำให้สามารถดูดซึมได้รวดเร็วลึกถึงโครงสร้างผิวชั้นใน โดยใช้เวลาน้อยกว่าครีม อีกทั้งเซรั่มลดริ้วรอย ยังช่วยลดและควบคุมความมันให้ผิวหน้าได้อีกด้วย


ประเภทของเซรั่ม

  • เซรั่มลดริ้วรอย (Anti-Aging Serum)
  • เซรั่มช่วยในการผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว (Exfloiating Serum)
  • เซรั่มช่วยให้ผิวกระจ่างใส ลบเลือนจุดด่างดำ (Skin-Brightening Serum)
  • เซรั่มช่วยกระชับรูขุมขน (Pore Tightening)
  • เซรั่มชวยป้องกันสิวและลดรอยดำจากสิว (Anti-Acne Serum)
  • เซรั่มช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น รักษาผิวแห้งจากภายใน (Hydrating Serum)


เซรั่มลดริ้วรอยเหมาะกับใคร

เซรั่มลดริ้วรอย นั้นสามารถใช้ได้ทุกเพศทุกวัยไม่ว่าจะชายหรือหญิง และผู้ที่ต้องการแก้ไขปัญหาผิวเฉพาะให้ได้อย่างตรงจุด โดยเฉพาะในเรื่อง ปัญหาริ้วรอยร่องลึกความหย่อนคล้อย รวมไปถึงผู้ที่มีความต้องการที่จะต่อต้านการเกิดขึ้นของริ้วรอยก่อนวัย

เราขอแนะนำเซรั่มลดริ้วรอย ArunaYouth™ Complex Probiotic Age Delay SOS Serum เซรั่มลดเลือนริ้วรอย อย่างเห็นได้ชัด พร้อมกระชับให้ผิวเรียบเนียน เซรั่มลดริ้วรอยเนื้อบางเบาแต่เข้มข้น ช่วยกู้ผิวจากริ้วรอยแห่งวัย 5 ประการอย่างเร่งด่วน ทำให้ริ้วรอยและกระฝ้าแลดูจางลง ผิวดูกระชับ เรียบเนียน และกระจ่างใสยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับผิวธรรมดาและผิวที่มีริ้วรอย

คุณสมบัติพิเศษ

  • กู้ผิวอย่างเร่งด่วนจากสัญญาณแห่งวัยทั้ง 5 ประการ เซรั่มบำรุงผิวที่ประกอบไปด้วย ArunaYouth™ Complex เพื่อช่วยลดเลือนริ้วรอย เสริมสร้างเซลล์ผิวให้แข็งแรง เพิ่มความยืดหยุ่น และช่วยต้านสัญญาณแห่งวัยทั้ง 5 ประการ
  • เติมคอลลาเจน นอกจากสารสกัดจากข้าวหมักญี่ปุ่นที่ช่วยลดการเสื่อมของเซลล์คอลลาเจนอันเป็นสาเหตุของผิวหย่อนคล้อยและการเกิดริ้วรอยแล้ว ผลิตภัณฑ์นี้ยังมีส่วนผสมของสารสกัดจากสาเกหมัก เพื่อช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของผิวและลดการหย่อนคล้อย เผยผิวที่กระชับและแข็งแรงขึ้น
  • ผิวสว่างกระจ่างใส Bifida Ferment ช่วยสร้างเกราะป้องกันผิว ทำให้ผิวสว่างกระจ่างใสขึ้น และฝ้ากระดูจางลง