motor-insurance

ผู้ใช้รถที่ซื้อประกันรถยนต์หลายคนคงจะมีคำถามในหัวว่า ประกันแต่ละประเภท แยกเป็นประเภท 1, 2+, 3+ และ 3 แตกต่างกันยังไง ครอบคลุมอะไรบ้าง ดี หรือเหมาะสมกับสไตล์การใช้รถแบบเรายังไง มาทำความเข้าใจกับแต่ละประเภทของประกันรถยนต์กันก่อน จะได้ใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อประกันรถยนต์ และใช้รถได้อย่างอุ่นใจ แถมอาจจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายได้อีกด้วย

ประกันรถยนต์ชั้น1

ประกันรถยนต์ชั้น1 เป็นประกันรถยนต์ที่ตอบโจทย์ทุกอย่างในการให้ความคุ้มครองที่เกิดจากการชน เหมาะสำหรับรถยนต์ใหม่ ประกันรถยนต์ชั้น1 มีความคุ้มครองสูงสุด สามารถเคลมได้เกือบทุกกรณีตั้งแต่ชนต้นไม้ ชนรั้ว ล้อแม็กครูดฟุตบาท ไปจนถึง รถยนต์สูญหาย ไฟไหม้ น้ำท่วม และอุบัติเหตุรุนแรง รถถูกทุบ/ทำลาย
  • คุ้มครองคุณ และรถอย่างครอบคลุม ไม่ว่าจะมีคู่กรณีหรือไม่
  • ดูแลค่ารักษาพยาบาลหากเกิตเหตุไม่คาดคิด
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ตลอด 24 ชั่วโมง (บริการยกรถ/ลากรถ บริการจัดส่งน้ำมัน บริการกุญแจสำรอง)*
  • มีอู่ซ่อมที่ได้มาตรฐาน A+ มากกว่า 100 แห่ง และอู่มาตรฐานอื่นๆ รวมทั้งอู่ห้างในสัญญาอีกมากกว่า 700 แห่ง
  • บริการซ่อมสีรถแบบเร่งด่วน เสร็จภายใน 24 ชั่วโมง

*เงื่อนไขการรับประกันภัย และการให้บริการต่างๆ เป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

ประกันรถยนต์ชั้น2+

  • ไม่ต้องตรวจสภาพรถก่อนทำประกันภัย
  • ประเภท 2+ จำกัดอายุรถยนต์ ไม่เกิน 20 ปี
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ตลอด 24 ชั่วโมง
  • มีอู่ซ่อมที่ได้มาตรฐาน A+ มากกว่า 100 แห่ง และอู่มาตรฐานอื่นๆ รวมทั้งอู่ห้างในสัญญาอีกมากกว่า 700 แห่ง
  • บริการซ่อมสีรถแบบเร่งด่วน เสร็จภายใน 24 ชั่วโมง

ประกันรถยนต์ชั้น3+

  • ไม่ต้องตรวจสภาพรถก่อนทำประกันภัย
  • การประกันภัยรถยนต์ประเภท 3+ ไม่จำกัดอายุรถยนต์
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ตลอด 24 ชั่วโมง

ประกันรถยนต์ชั้น3

  • ไม่ต้องตรวจสภาพรถก่อนทำประกันภัย
  • การประกันภัยรถยนต์ประเภท 3 ไม่จำกัดอายุรถยนต์
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ตลอด 24 ชั่วโมง

ประกันรถยนต์แต่ละแบบก็เหมาะกับการใช้รถของแต่ละคน และประสบการณ์ขับรถที่แตกต่างกัน  หากเราสามารถเลือกซื้อประกันรถยนต์ให้เหมาะสมกับตัวเองแล้ว เราก็สามารถใช้เงินคุ้มค่า และอุ่นใจทุกครั้งเมื่ออยู่บนท้องถนน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น